เต๋าแห่งฟิสิกส์ ภาคที่ 3 ความสอดคล้อง บทที่ 12 จักรวาลอันเคลื่อนไหว ตอน องค์รวมที่มีชีวิต

แนวความคิดเรื่องฤตา ในคัมภีร์พระเวท ได้เกิดขึ้นก่อนความคิดเรื่อง กรรม ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นในภายหลัง เพื่อแสดงความสัมพันธ์เชิงเคลื่อนไหวของสรรพสิ่ง และเหตุการณ์ทั้งหลาย กรรม หมายถึง “การกระทำ” และมุ่งแสดงความสัมพันธ์อย่างเคลื่อนไหว หรืออย่าง “กระตือรือร้น” ของปรากฎการณ์ทั้งหลาย ในคัมภีร์ภควัทคีตากล่าวไว้ว่า

Read more

เต๋าแห่งฟิสิกส์ ภาคที่ 3 ความสอดคล้อง บทที่ 12 จักรวาลอันเคลื่อนไหว

จุดหมายสำคัญอันเป็นแกนกลางของศาสนาตะวันออกก็คือ การหยั่งรู้การที่ปรากฏทั้งมวลในโลกพิภพนี้เป็นสิ่งปรากฏแสดงของสัจธรรมสูงสุดประการเดียว สัจธรรมนี้ถือเป็นแก่นแท้ของจักรวาล รองรับและเอาสรรพสิ่งและเหตุการณ์อันหลากหลาย ซึ่งเราสังเกตเห็นได้นั้น อยู่ในเอกภาพอันหนึ่งอันเดียวกันฮินดูเรียกสิ่งนั้นว่า พรหมัน ชาวพุทธเรียกว่า ธรรมกาย (กายแห่งสัตตะ) หรือ ตถตา (ความเป็นเช่นนั้นเอง) และเต๋า สำหรับผู้นับถือลัทธิเต๋า แต่ละฝ่ายล้วนยืนยันว่าสัจธรรมดังกล่าวอยู่เหนือความคิดนึก และท้าทายต่อคำอธิบายต่าง ๆ

Read more

เต๋าแห่งฟิสิกส์ ภาคที่ 3 ความสอดคล้อง บทที่ 11 เหนือโลกแห่งความขัดแย้ง ตอน ความคิดที่เป็นคู่ตรงกันข้าม

ความคิดในเรื่องแรงและสสารของวัตถุ อนุภาคและคลื่น การเคลื่อนไหวและการหยุดนิ่ง การดำรงอยู่และการไม่ดำรงอยู่ เหล่านี้เป็นความคิดตรงกันข้ามหรือขัดแย้งกัน ซึ่งวิชาฟิสิกส์สมัยใหม่ข้ามพ้นไปได้ ในบรรดาความคิดตรงกันข้ามเหล่านี้ คู่สุดท้ายดูจะเป็นความคิดพื้นฐานที่สุด และในวิชาฟิสิกส์ที่ว่าด้วยอะตอมเราต้องไปให้พ้นแม้กระทั่งความคิดเรื่องการดำรงอยู่และการไม่ดำรงอยู่ นี่คือลักษณะของทฤษฎีควอนตัมซึ่งยากที่สุดที่จะยอมรับได้ และเป็นหัวใจของการวิภาควิจัยต่อ ๆ มาเกี่ยวกับการตีความของมัน ในขณะเดียวกันการก้าวพ้นความคิดเรื่องการดำรงอยู่และไม่ดำรงอยู่ ก็เป็นแง่มุมหนึ่งซึ่งชวนฉงนมากที่สุดในศาสนาตะวันออก เช่นเดียวกับนักฟิสิกส์ที่ศึกษาเรื่องอะตอม นักปราชญ์ชาวตะวันออกสนใจค้นหาสัจจะซึ่งอยู่เหนือการดำรงอยู่และการไม่ดำรงอยู่ และท่านเหล่านั้นได้เน้นย้ำอยู่เสมอถึงข้อเท็จที่สำคัญประการนี้ ดังที่ท่านอัศวโฆษะกล่าวว่า ความเป็นเช่นนั้นเอง

Read more

เต๋าแห่งฟิสิกส์ ภาคที่ 3 ความสอดคล้อง บทที่ 11 เหนือโลกแห่งความขัดแย้ง ตอน ความอาจเป็นไปได้

รากฏการณ์ของคลื่นที่พบเห็นในปริมณฑลที่แตกต่างกันมากในวิชาฟิสิกส์ และอาจจะอธิบายมันได้ด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์ ในทฤษฎีควอนตัมสูตรทางคณิตศาสตร์ในทางเดียวกันนี้ยังใช้ในการอธิบายคลื่นซึ่งเกี่ยวพันกับอนุภาคอย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้คลื่นเป็นสิ่งที่มีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้นโดยสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับลักษณะทางสถิติของทฤษฎีควอนตัม กล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่ามันเหมือนกับสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ใช้อธิบายคลื่นอื่น ๆ ด้วย คลื่นซึ่งเกี่ยวเนื่องด้วยอนุภาคนี้มิใช่คลื่น 3 มิติจริง ๆ เช่นคลื่นน้ำหรือคลื่นเสียงแต่เป็นคลื่นของ “ความอาจเป็นไปได้” ซึ่งเป็นปริมาณย่อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่สัมผัสกับค่าความอาจจะเป็นไปได้ของการพบอนุภาคในที่ต่าง ๆ และด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ เช่นกัน การนำเสนอความคิดของความอาจเป็นไปได้ ได้คลี่คลายสภาพผกผันผิดธรรมดา อนุภาคอาจเป็นคลื่นได้ โดยได้นำมันเข้าสู่ปริมณฑลอันใหม่

Read more

เต๋าแห่งฟิสิกส์ ภาคที่ 3 ความสอดคล้อง บทที่ 11 เหนือโลกแห่งความขัดแย้ง ตอน คลื่นกับอนุภาค

ในทางตรงกันข้าม ศาสนิกของตะวันออกดูจะสามารถหยั่งรู้ความจริงในมิติที่สูงขึ้นไปได้โดยตรงและชัดเจน ในสมาธิภาวนาอันลึกซึ้ง ท่านเหล่านั้นได้สามารถก้าวพ้นโลกสามมิติในชีวิตประจำวัน และหยั่งรู้ความจริงซึ่งต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ที่สิ่งตรงกันข้ามทั้งหลายหลอมรวมเป็นเอกภาพเดียวกัน และเมื่อนักปราชญ์ตะวันออกพยายามที่จะแสดงประสบการณ์นี้ออกมาเป็นคำพูด ท่านก็ต้องประสบปัญหาเดียวกันกับนักฟิสิกส์พยายามอธิบายความจริง ของสภาพหลายมิติของฟิสิกส์แห่งสัมพัทธภาพ ลามะ โควินทะ กล่าวไว้ว่า ประสบการณ์ในการหยั่งรู้มิติที่สูงขึ้น เป็นสิ่งที่จะบรรลุถึงได้ โดยการรวมเอาประสบการณ์ของความรับรู้ ซึ่งต่างศูนย์กลางและต่างระดับเข้าด้วยกัน ดังนั้นประสบการณ์ของสมาธิภาวนาดังกล่าวจึงไม่อาจจะอธิบายได้บนระนาบของความรับรู้สามมิติ และภายในระบบตรรกะ ซึ่งตัวมันเองได้ลดความอาจเป็นไปได้ในการแสดงออก โดยที่ตรรกะมีข้อจำกัดอยู่บนกระบวนการของความคิด(5) โลกสี่มิติของทฤษฎีสัมพัทธภาพ

Read more

เต๋าแห่งฟิสิกส์ ภาคที่ 3 ความสอดคล้อง บทที่ 11 เหนือโลกแห่งความขัดแย้ง ตอน โลกสี่มิติ

ข้าพเจ้าได้เคยกล่าวมาแล้วว่า ฟิสิกส์สมัยใหม่ได้เสนอสิ่งที่คล้ายคลึงกันนี้ การศึกษาสำรวจอนุภาคที่เล็กกว่าอะตอมได้เปิดเผยความจริงซึ่งได้แสดงให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไปพ้นภาษาและเหตุผล และการรวมเป็นเอกภาพของความคิดที่ เคยเชื่อว่าเป็นสิ่งตรงกันข้ามและไม่อาจผสมผสานกันได้ นั้นได้กลายเป็นคุณลักษณะอันน่าตื่นใจของความจริงอันใหม่นี้ แนวความคิดซึ่งดูแล้วว่าไม่น่าจะเข้ากันได้ดังกล่าวนี้ มิใช่แนวที่ศาสนาตะวันออกสนใจเกี่ยวข้องด้วยทว่าการรวมเป็นเอกภาพของมันในความจริงระดับที่สูงขึ้นไป เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับศาสนาตะวันออก ดังนั้นนักฟิสิกส์สมัยใหม่อาจที่จะบรรลุถึงญาณทัศนะอันปรากฏในคำสอนสำคัญของตะวันออกไกล โดยการค้นหาประสบการณ์ในสาขาของตน เป็นนักฟิสิกส์รุ่นใหม่กลุ่มเล็กๆซึ่งกำลังทวีจำนวนขึ้น ได้พบว่าวิธีการดังกล่าว เป็นสิ่งที่มีคุณค่า และกระตุ้นให้เกิดความสนใจในศาสนาตะวันออกมากขึ้น ตัวอย่างของการรวมตัวกัน ของแนวความคิดที่ตรงกันข้าม ในวิชาฟิสิกส์สมัยใหม่ อาจจะพบได้ในการศึกษาในระดับอนุภาคที่เล็กกว่าอะตอม ซึ่งอนุภาคเป็นทั้งสิ่งที่ทั้งทำลายได้

Read more

เต๋าแห่งฟิสิกส์ ภาคที่ 3 ความสอดคล้อง บทที่ 11 เหนือโลกแห่งความขัดแย้ง ตอน หญิงกับชาย

สภาพขั้วตรงกันข้ามอันสำคัญประการหนึ่งในชีวิต คือ ธรรมชาติแห่งความเป็นชาย – ปุริสภาวะ และความเป็นหญิง – อิตถีภาวะ เช่นเดียวกับสภาพขั้วตรงข้ามของดีและชั่ว หรือชีวิตและความตาย ที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดกับสภาพความเป็นชายหญิงในตัวเราเอง ดังนั้นเราจึงเน้นในด้านใดด้านหนึ่งเด่นขึ้นมา สังคมตะวันตกเน้นปุริสภาวะมากกว่าอิตถีภาวะ โดยไม่ได้ตระหนักรู้ว่าบุคลิกภาพของชายและหญิงแต่ละคนเป็นผลงานการผสมผสานระหว่างทั้งสอง ดังนั้นจึงยึดเอาว่าชายต้องมีลักษณะเข้มแข็ง และหญิงต้องมีลักษณะอ่อนหวานนุ่มนวล กำหนดให้ชายมีบทบาทหน้าที่มากมาย ทัศนคติดังกล่าวส่งให้เกิดการเชิดชู หยัง หรือ ปุริสภาวะของมนุษย์ มากเกินไป เน้นความกระตือรือร้น การคิดอย่างเป็นเหตุผลการแข่งขัน

Read more

เต๋าแห่งฟิสิกส์ ภาคที่ 3 ความสอดคล้อง บทที่ 11 เหนือโลกแห่งความขัดแย้ง ตอน สภาพขั้วตรงกันข้าม

คำสอนในพระพุทธศาสนาทั้งหมด และโดยแท้จริงคำสอนของศาสนาตะวันออกทั้งหมด มุ่งสู่การบรรลุทัศนะอันสัมบูรณ์ในโลกแห่ง อจินไตย หรือ “ไร้ความคิด” ซึ่งเอกภาพแห่งสิ่งที่ตรงกันข้ามทั้งหลายกลายเป็นประสบการณ์จริง บทกวีเซ็นเขียนไว้ว่า เมื่อค่ำไก่ขัน บอกเวลารุ่งอรุณ เมื่อเที่ยงคืน พระอาทิตย์ส่องสว่างเจิดจ้า ความคิดที่ว่าสิ่งที่ตรงกันข้ามทั้งมวลเป็นเพียงขั้วตรงข้ามของสิ่งเดียวกัน สว่างและมืด แพ้และชนะ ดีและชั่ว เป็นเพียงด้านที่ต่างกันของปรากฏการณ์อันเดียวกัน เป็นหลักการพื้นฐานอันหนึ่งของวิถีชีวิตแบบตะวันออก ในเมื่อสิ่งที่ตรงกันข้ามเป็นสิ่งที่ต้องอิงอาศัยซึ่งกันและกัน ความขัดแย้งระหว่างมันไม่เคยส่งผลเป็นชัยชนะอย่างสิ้นเชิงของด้านใดด้านหนึ่ง แต่จะปรากฏเสมอว่าเป็นการปรากฏแสดงของการขับเคี่ยวระหว่างด้านทั้งสอง ในตะวันออก ผู้ทรงคุณอันบริสุทธิ์จึงมิใช่ผู้ที่พยายามทำความดี และเพียรละความชั่ว

Read more

เต๋าแห่งฟิสิกส์ ภาคที่ 3 ความสอดคล้อง บทที่ 11 เหนือโลกแห่งความขัดแย้ง

เมื่อนักปราชญ์ตะวันออกกล่าวว่าท่านนั่งรู้สรรพสิ่งและเหตุการณ์ทั้งมวลเป็นการแสดงออกของเอกสภาวะอันเป็นพื้นฐาน นั่นมิได้หมายความว่าท่านเห็นทุกสิ่งเสมอเหมือนกันไปหมด ปัจเจกภาพของแต่ละสิ่งยังคงดำรงอยู่ ทว่าในขณะเดียวกันท่านเหล่านั้นก็ตระหนักรู้ว่าข้อแตกต่างและข้อขัดแย้งทั้งหมดเป็นสิ่งสัมพัทธ์ ดำรงอยู่ในความเป็นเอกภาพ และเนื่องจากความเป็นเอกภาพของสิ่งที่ขัดแย้งกัน และโดยเฉพาะความเป็นเอกภาพของสิ่งที่ตรงกันข้ามนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับได้โดยยากในสภาวะความรับรู้อย่างสามัญของเรา จึงทำให้ปรัชญาตะวันออกยังคงดูลึกลับน่าพิศวง อย่างไรก็ดี สิ่งนี้คือญาณทัศนะซึ่งเป็นรากฐานของโลกทัศตะวันออก สิ่งที่ตรงกันข้ามเป็นความคิดเชิงย่อสรุป เป็นฝักฝ่ายของอาณาจักรเชิงความคิดและดังนั้นจึงเปลี่ยนเป็นสิ่งสัมพัทธ์ โดยการที่เรามุ่งสนใจต่อความคิดอันใดอันหนึ่ง เราได้สร้างความคิดที่ตรงกันข้ามขึ้นมาด้วย ดังที่เหล่าจื๊อกล่าวไว้ว่า “เมื่อทุกคนในโลกนี้เห็นสิ่งสวยงามว่าสวยงาม เมื่อนั้นความน่าเกลียดก็ปรากฏ” (1) ศาสนิกก้าวพ้นอาณาจักรแห่งความชาญฉลาดดังกล่าว โดยการตระหนักถึงความเป็นสิ่งสัมพัทธ์และความสัมพัทธ์เชิงขั้วของสิ่งที่ตรงกันข้าม เขาตระหนักว่าสิ่งที่ดีและชั่ว สุขและทุกข์ ชีวิตและความตาย

Read more

เต๋าแห่งฟิสิกส์ ภาคที่ 3 ความสอดคล้อง บทที่ 10 เอกภาพแห่งสรรพสิ่ง ตอนลืมทุกสรรพสิ่ง

ความคิดในเรื่อง “การเข้ามีส่วนร่วมแทนทีจะเป็นการสังเกต” ได้ถูกคิดค้นในวิชาฟิสิกส์สมัยใหม่เมื่อไม่นานมานี้เอง แต่มันเป็นความคิดที่รู้จักกันดีในหมู่นักศึกษาศาสนา ความรู้ในทางศาสนาไม่อาจได้มาด้วยเพียงแต่การสังเกต แต่โดยการเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่กับชีวิตจิตใจทั้งหมดของแต่ละบุคคล ความคิดเรื่องผู้มีส่วนร่วมจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด ในโลกทัศน์แบบตะวันออก และได้ไปถึงจุดสูงสุดในศาสนาตะวันออก  ซึ่งผู้สังเกตและผู้ที่ถูกสังเกต  ผู้กระทำและถูกกระทำ ไม่เพียงแต่ไม่อาจแยกจากกันเท่านั้น หากทว่าไม่แตกต่างกันอีกด้วย  ต่างจากวิชาฟิสิกส์ที่ว่าด้วยอะตอม  ซึ่งถึงแม้ผู้สังเกตและสิ่งที่ถูกสังเกตไม่อาจแยกจากกัน   แต่ทว่ายังแตกต่างกันอยู่  พวกนักปฏิบัติในศาสนาไปไกลยิ่งกว่านั้น ในสมาธิที่ลึกซึ้ง พวกเขาบรรลุถึงจุดที่ความแตกต่าง ระหว่างผู้สังเกต และสิ่งที่ถูกสังเกต ได้สูญเสียความหมายอย่างสิ้นเชิง  ผู้กระทำและสิ่งที่ถูกกระทำได้หลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ดังที่กล่าวไว้ในคัมภีร์อุปนิษัทว่า ณ ที่ใดซึ่งทวิภาวะดำรงอยู่

Read more